TIGA ALPHAบล็อก

← ทุกบทความ

กฎการเล่นให้มีอารมณ์จากงานวิจัย KTH: ทดลองบนเปียโน

ทฤษฎีดนตรี ·

กฎการเล่นให้มีอารมณ์จากงานวิจัย KTH: ทดลองบนเปียโน

ถ้าให้คอมพิวเตอร์เล่นโน้ตตามที่เขียนเป๊ะทุกตัว เพลงจะฟังแข็งเหมือนเครื่องจักร นักวิจัยที่สถาบัน KTH ในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน นำโดยโยฮัน ซุนด์แบร์ก (Johan Sundberg) และทีม จึงศึกษาว่านักดนตรีเปลี่ยนจังหวะและความดังอย่างไรจนเพลงมีชีวิต แล้วเขียนออกมาเป็นชุดกฎให้โปรแกรมชื่อ Director Musices ใช้เล่นเพลง กฎเหล่านี้ไม่ใช่สูตรตายตัว แต่เป็นเครื่องมือดี ๆ ให้ผู้เรียนเปียโนทดลองว่าการเปลี่ยนเล็กน้อยแบบไหนทำให้เพลงพูดได้

งานแนวนี้ดำเนินมาหลายสิบปี และเป็นรากของงานวิจัยการเล่นดนตรีอย่างมีการแสดงออกด้วยคอมพิวเตอร์ บทความนี้คัดกฎที่เข้าใจง่ายมาแปลงเป็นแบบทดลองบนคีย์บอร์ด

นักวิจัยทำงานอย่างไร

ทีม KTH ใช้วิธีที่เรียกว่าการวิเคราะห์ด้วยการสังเคราะห์ คือเขียนกฎข้อหนึ่ง ให้คอมพิวเตอร์เล่นเพลงตามกฎนั้น แล้วให้นักดนตรีที่มีประสบการณ์ฟังและให้ความเห็นว่าฟังเป็นธรรมชาติขึ้นหรือไม่ ปรับกฎแล้วฟังซ้ำ วนเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ กฎแต่ละข้อจึงผ่านหูของนักดนตรีจริงมาแล้ว

แต่ละกฎมีตัวเลขกำหนดความแรง เปิดมากก็เห็นผลชัด เปิดน้อยก็แค่แตะ ๆ ข้อสังเกตสำคัญคือ ถ้าเปิดแรงเกินไป เพลงจะฟังเกินจริงทันที

ภาพวาดแบบจุดสีของคนกำลังเล่นเปียโนหลังใหญ่กลางสวน

กฎที่นำมาลองบนเปียโนได้

แบบทดลองกฎทีละข้อ

เตรียมเพลงทดลอง

เลือกทำนองสั้นที่เล่นได้คล่องแล้ว ยาวประมาณแปดห้อง เช่น เพลงพื้นบ้านหรือเพลงเด็กที่คุ้นหู

รอบศูนย์: เล่นแบบเครื่องจักร

เปิดเครื่องให้จังหวะ แล้วเล่นทุกโน้ตเท่ากันหมด ทั้งจังหวะและน้ำหนัก อัดเสียงไว้เป็นจุดอ้างอิง

รอบที่หนึ่ง: ใส่โค้งวลีอย่างเดียว

ปิดเครื่องให้จังหวะ แล้วเล่นใหม่โดยคิดถึงแค่การโค้งของประโยค อัดเสียงแล้วเทียบกับรอบศูนย์

รอบที่สอง: เพิ่มกฎเสียงสูงดังขึ้น

คงโค้งวลีไว้ แล้วตั้งใจให้ทำนองช่วงที่ไต่ขึ้นมีน้ำหนักมากขึ้นตาม

รอบที่สาม: ชะลอตอนจบ

ลองชะลอสองห้องสุดท้ายแบบค่อย ๆ ไม่ใช่เบรกกะทันหัน แล้วฟังว่าเพลงจบอย่างมั่นคงขึ้นหรือไม่

รอบที่สี่: ลองเกินจริง

ใส่ทุกกฎแบบเต็มที่ ฟังแล้วจะรู้ทันทีว่าเกินไปเป็นอย่างไร จากนั้นลดลงครึ่งหนึ่ง มักได้ระดับที่ฟังสบาย

ฟังเทียบด้วยหูแบบนักวิจัย

หัวใจของวิธี KTH คือการฟังเทียบ ไม่ใช่การเดา เราใช้วิธีเดียวกันได้ที่บ้าน

การฟังแบบไม่บอกล่วงหน้าช่วยตัดความลำเอียง เพราะเรามักคิดว่ารอบที่ตั้งใจมากกว่าจะไพเราะกว่าเสมอ ซึ่งไม่จริงทุกครั้ง

กฎไม่ได้แทนรสนิยม

นักวิจัยเองก็ยอมรับว่ากฎอธิบายได้เพียงบางส่วนของการเล่นที่ดี นักดนตรีแต่ละคนเลือกใช้กฎต่างกันตามบุคลิกและตามสไตล์เพลง เพลงบาโรกบางเพลงต้องการจังหวะนิ่งกว่า ส่วนเพลงยุคโรแมนติกเปิดพื้นที่ให้ยืดหดมากกว่า สิ่งที่ผู้เรียนได้จากกฎเหล่านี้คือคำศัพท์สำหรับคิดเรื่องการตีความ เมื่อฟังนักเปียโนที่ชอบ เราจะเริ่มสังเกตได้ว่าเขากำลังใช้กฎข้อไหนอยู่

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ต้องใช้โปรแกรม Director Musices ไหม

ตอบ: ไม่จำเป็น บทความนี้ใช้แค่หลักคิดของกฎ ทดลองด้วยการเล่นและอัดเสียงก็เพียงพอ

ถาม: มือใหม่ควรเริ่มคิดเรื่องอารมณ์เลยไหม

ตอบ: ควรเริ่มตั้งแต่เพลงแรก ๆ ในระดับง่าย เช่น โค้งวลี ไม่ต้องรอให้เล่นถูกทุกโน้ตก่อน

ถาม: ใช้เครื่องให้จังหวะแล้วจะเล่นมีอารมณ์ได้ไหม

ตอบ: เครื่องให้จังหวะช่วยตอนฝึกความสม่ำเสมอ แต่เมื่อทดลองเรื่องการยืดหด ควรปิดเครื่องแล้วฟังด้วยตัวเอง

ถาม: AI ยุคใหม่ยังใช้กฎแบบนี้อยู่ไหม

ตอบ: งานรุ่นใหม่จำนวนมากเรียนรู้จากข้อมูลการเล่นจริงแทนการเขียนกฎด้วยมือ แต่กฎของ KTH ยังเป็นจุดอ้างอิงสำคัญในการอธิบายผลลัพธ์

เริ่มเล่นให้มีชีวิตกับ TIGA ALPHA

TIGA ALPHA คือแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์ที่ทีมคนไทยพัฒนาขึ้น ใช้การสอนเปียโนด้วย AI ฟังสิ่งที่ผู้เรียนเล่นเปียโนแล้วบอกจุดที่โน้ตหรือจังหวะคลาด มีบทเรียนทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง โดยมีครูอั้ม ผู้สอนเปียโนมา 20 ปี เป็น CEO ดูแลแนวทางบทเรียน ถ้ากำลังหาแอปสอนเปียโนสำหรับซ้อมทุกวัน หรือแอปสอนเปียโนออนไลน์ที่พกไปได้ทุกที่ ลองแอปสอนเปียโน AI ได้ที่ TIGA ALPHA ทุกคนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท

คนที่อยากเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ควบคู่กับการเรียนเปียโนกับครูตัวจริง ดูคอร์สเปียโนและคอร์สเรียนเปียโนได้ที่ TIGA Studio ซึ่งสอนดนตรีให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากเรียนดนตรีและเล่นดนตรีอย่างมีความสุข ส่วนเรื่องราวของบริษัทนวัตกรรมการศึกษาด้วย AI ที่อยู่เบื้องหลังแอป อ่านต่อได้ที่ www.tigaalpha.com

เริ่มเรียนฟรีที่ TIGA ALPHA