TIGA ALPHAบล็อก

← ทุกบทความ

สายฟังหรือสายดู? ความเชื่อที่ไม่ช่วยให้เล่นเปียโนดีขึ้น

เทคนิคการฝึก ·

สายฟังหรือสายดู? ความเชื่อที่ไม่ช่วยให้เล่นเปียโนดีขึ้น

หลายคนเคยทำแบบทดสอบแล้วได้ป้ายว่าเป็น "ผู้เรียนสายฟัง" หรือ "สายดู" แล้วเชื่อว่าต้องเรียนเปียโนผ่านช่องทางนั้นเท่านั้นจึงจะได้ผล คำตอบสั้น ๆ จากงานทบทวนวิชาการคือ ยังไม่มีหลักฐานที่ดีพอว่าการสอนให้ตรงป้ายช่วยให้เรียนรู้ได้ดีกว่า สิ่งที่ช่วยได้จริงกว่าคือเลือกช่องทางตามธรรมชาติของสิ่งที่กำลังฝึก บทความนี้อธิบายที่มาของความเชื่อ หลักฐาน และวิธีจัดการซ้อมเปียโนแบบหลายช่องทางที่ใช้ได้กับทุกคน

ความเชื่อที่ฟังดูสมเหตุสมผล

แนวคิดสไตล์การเรียนรู้มีหลายแบบ แบบที่คนไทยคุ้นหูคือ VARK ของนีล เฟลมมิง (Neil Fleming) นักการศึกษาชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งแบ่งความชอบในการรับข้อมูลเป็นภาพ เสียง การอ่านเขียน และการลงมือทำ ข้อดีของแนวคิดนี้คือทำให้ครูหันมาสนใจว่าผู้เรียนแต่ละคนต่างกัน

จุดที่ถกเถียงกันคือข้ออ้างที่ว่า การจัดบทเรียนให้ตรงกับช่องทางที่ผู้เรียนชอบจะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น นักวิจัยเรียกความเชื่อนี้ว่าสมมติฐานการจับคู่ (meshing hypothesis) และเป็นส่วนที่ต้องพิสูจน์ด้วยการทดลอง

งานทบทวนปี 2008 บอกอะไร

ฮาโรลด์ พาชเลอร์ และคณะ ตีพิมพ์งานทบทวนในวารสาร Psychological Science in the Public Interest ปี 2008 สาระที่ควรรู้มีดังนี้

จับคู่ช่องทางกับเนื้อหา ไม่ใช่กับป้ายของคน

ทักษะเปียโนแต่ละด้านมีช่องทางที่ "เป็นเจ้าของ" อยู่แล้ว ใครก็ตามที่ฝึกเรื่องนั้นควรเริ่มจากช่องทางนั้น แล้วค่อยเสริมด้วยช่องทางอื่น

ภาพสีน้ำเปียโนสีขาวพร้อมโน้ตเพลงและดอกไม้ สื่อถึงการเรียนเพลงผ่านหลายช่องทาง

ตัวอย่าง: หนึ่งท่อนเพลง สี่ช่องทาง

สมมติกำลังฝึกท่อนแรกของเพลงช้าที่ชอบ ลองไล่แบบนี้ในหนึ่งรอบซ้อม

ฟัง

ฟังตัวอย่างสองรอบ รอบแรกฟังทำนอง รอบที่สองฟังว่าตรงไหนเบาลงหรือดังขึ้น

ดู

ดูโน้ตและตำแหน่งนิ้ว ทำเครื่องหมายเฉพาะจุดที่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งมือ

ขยับ

ตบจังหวะท่อนนั้นบนตัก แล้วลองเล่นเปียโนโดยไม่สนใจความดังเบา ให้นิ้วรู้ทางก่อน

สรุปด้วยคำพูด

บอกตัวเองสั้น ๆ ว่าท่อนนี้ "เริ่มเบา ไปดังที่ห้องสาม แล้วผ่อนลง" การพูดออกมาช่วยจัดระเบียบสิ่งที่ฝึกมาทั้งหมด

ความชอบส่วนตัวยังมีที่ยืน

ถึงความชอบจะไม่ได้กำหนดผล แต่มีผลต่อแรงจูงใจ คนที่ชอบภาพอาจสนุกกับผังเพลงสีสวย คนที่ชอบฟังอาจอยากเริ่มจากการแกะเพลง ใช้ความชอบเป็นประตูเข้าบทเรียนได้ แต่อย่าใช้เป็นกำแพงที่ทำให้ข้ามช่องทางที่เนื้อหาต้องการ

แอปสอนเปียโน AI กับการเรียนหลายช่องทาง

แอปสอนเปียโนที่ดีควรให้ครบทั้งเสียง ภาพ และผลตอบรับ ใน TIGA ALPHA ผู้เรียนฟังตัวอย่าง ดูการวางนิ้วที่ครูเปียโน AI สาธิตทีละนิ้ว แล้วเล่นให้ระบบสอนเปียโนด้วย AI ฟังว่าโน้ตหรือจังหวะไหนยังคลาด ทั้งหมดอยู่ในหน้าจอเดียว ผู้เรียนจึงสลับช่องทางตามเนื้อหาได้โดยไม่ต้องเปิดหลายเครื่องมือ

ครูสอนเปียโนที่ใช้แนวทางนี้ในคลาสสดก็เลือกช่องทางตามเนื้อหาเช่นกัน ใครที่กำลังเทียบคอร์สเปียโนแบบเรียนกับครูกับคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ลองดูว่าบทเรียนใช้หลายช่องทางหรือไม่ มากกว่าดูว่าตรงกับป้ายของตัวเองหรือเปล่า

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: สไตล์การเรียนรู้แบบ VARK เชื่อถือได้ไหม

ตอบ: คนแต่ละคนชอบรับข้อมูลต่างกันจริง ทว่างานทบทวนปี 2008 ของพาชเลอร์กับเพื่อนนักวิจัย ไม่พบหลักฐานเพียงพอว่าการสอนให้ตรงกับความชอบนั้นทำให้เรียนรู้ได้ดีกว่า

ถาม: ถ้าไม่ใช้สไตล์การเรียนรู้ ควรเลือกวิธีฝึกเปียโนอย่างไร

ตอบ: เลือกตามเนื้อหา เรื่องเสียงให้เริ่มที่หู เรื่องตำแหน่งให้เริ่มที่ตาและการสัมผัส เรื่องจังหวะให้เริ่มที่ร่างกาย แล้วเสริมด้วยช่องทางอื่น

ถาม: เด็กที่ชอบดูภาพควรเรียนจากภาพอย่างเดียวไหม

ตอบ: ไม่ควร ภาพช่วยดึงความสนใจได้ แต่เรื่องเสียงและจังหวะยังต้องฝึกด้วยหูและร่างกาย เพื่อไม่ให้ขาดทักษะที่เพลงต้องใช้

ถาม: TIGA ALPHA รองรับการเรียนแบบหลายช่องทางอย่างไร

ตอบ: ผู้เรียนฟังตัวอย่าง ดูการวางนิ้ว และรับผลตอบรับจากการเล่นจริงในแอปเดียว โดยใช้ภาษาไทย อังกฤษ หรือจีนกลางตามที่ถนัด

เริ่มซ้อมแบบเลือกช่องทางตามเนื้อหา

TIGA ALPHA เป็นแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์ของบริษัทนวัตกรรมการศึกษาที่ใช้ AI สร้างโดยคนไทย มีครูอั้ม ผู้มีประสบการณ์สอนเปียโน 20 ปี เป็น CEO ใครอยากเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยบทเรียนที่มีทั้งเสียง ภาพ และผลตอบรับ เริ่มได้ที่ TIGA ALPHA ทุกคนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท หากอยากเรียนดนตรีหรือดูคอร์สเรียนเปียโนแบบสดกับครูอั้ม ไปที่ TIGA Studio และอ่านเรื่องเทคโนโลยีสอนดนตรีของบริษัทที่ www.tigaalpha.com ลองใช้แอปสอนเปียโนออนไลน์แล้วเล่นดนตรีด้วยทุกประสาทสัมผัสที่เพลงต้องการ

เริ่มเรียนฟรีที่ TIGA ALPHA