TIGA ALPHAบล็อก

← ทุกบทความ

LinnStrument กับ MPE: คีย์ที่รับรู้แรงกดและการเลื่อนนิ้ว

ข่าวและประกาศ ·

LinnStrument กับ MPE: คีย์ที่รับรู้แรงกดและการเลื่อนนิ้ว

LinnStrument คือคอนโทรลเลอร์ดนตรีแบบตารางแป้นสี่เหลี่ยมของโรเจอร์ ลินน์ (Roger Linn) นักออกแบบเครื่องดนตรีชาวอเมริกันผู้สร้างเครื่องตีกลองไฟฟ้า LM-1 ในปี 1980 จุดเด่นของ LinnStrument คือแต่ละแป้นรับรู้ทั้งแรงกด การเลื่อนนิ้วซ้ายขวา และการเลื่อนขึ้นลง แยกกันทีละโน้ต การส่งข้อมูลแบบนี้ใช้มาตรฐานชื่อ MPE (MIDI Polyphonic Expression) ซึ่งสมาคมผู้ผลิต MIDI ประกาศรับรองในปี 2018 สำหรับคนเรียนเปียโน เครื่องนี้ช่วยตอบคำถามที่น่าคิดว่า หลังจากกดคีย์เปียโนลงไปแล้ว เรายังควบคุมอะไรได้อีกบ้าง

หลังกดคีย์เปียโน เกิดอะไรขึ้น

ความเร็วตอนกดกำหนดน้ำหนักเสียง

บนเปียโนอะคูสติก ความเร็วที่ค้อนพุ่งไปตีสายกำหนดว่าโน้ตดังหรือเบา และสีเสียงสว่างหรือนุ่ม ข้อมูลส่วนนี้คือสิ่งที่เปียโนไฟฟ้าส่งออกเป็นค่าความเร็วใน MIDI

จากนั้นเสียงจางลงเอง

เมื่อค้อนตีสายแล้ว ผู้เล่นทำให้เสียงดังขึ้นอีกไม่ได้ บิดระดับเสียงไม่ได้ สิ่งที่ยังเลือกได้คือจะค้างไว้นานแค่ไหน จะปล่อยช้าหรือเร็ว และจะใช้แป้นเหยียบอย่างไร

การแสดงออกจึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างโน้ต

นักเปียโนสร้างความรู้สึกต่อเนื่องจากการไล่น้ำหนักเสียงข้ามหลายโน้ต การจัดเวลาให้แต่ละโน้ตเหลื่อมกันเล็กน้อย และการถ่วงน้ำหนักระหว่างทำนองกับเสียงประกอบ

ภาพสีน้ำเปียโนหลังใหญ่สีน้ำเงินพร้อมหยดสี

MPE ขยายการควบคุมให้ทุกโน้ต

MIDI แบบดั้งเดิมส่งข้อมูลอย่างการบิดระดับเสียงเป็นรายช่องสัญญาณ ถ้ากดคอร์ดแล้วบิด ทุกโน้ตจะเลื่อนพร้อมกัน MPE แก้ปัญหานี้โดยให้แต่ละโน้ตใช้ช่องสัญญาณของตัวเอง โน้ตหนึ่งในคอร์ดจึงลากขึ้นได้ ขณะที่โน้ตอื่นนิ่งอยู่

นอกจาก LinnStrument ยังมีคอนโทรลเลอร์อีกหลายแบบที่รองรับ MPE ทั้งแบบคีย์ผิวนุ่มและแบบแผ่นสัมผัสต่อเนื่อง ซอฟต์แวร์ทำเพลงหลายตัวก็รองรับมาตรฐานนี้แล้ว

{{IMG:piano-future-1.webp}}

ตารางแป้นต่างจากคีย์ขาวดำอย่างไร

บน LinnStrument แป้นเรียงเป็นแถว แต่ละแถวห่างกันตามขั้นคู่ที่ตั้งได้ ค่าเริ่มต้นนิยมตั้งห่างกันขั้นคู่สี่ คล้ายการเทียบสายของกีตาร์เบส รูปมือของคอร์ดหนึ่งจึงใช้ได้กับทุกคีย์ ต่างจากเปียโนที่คอร์ด C เมเจอร์กับ D เมเจอร์ใช้รูปมือต่างกันเพราะตำแหน่งคีย์ดำ

ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าแบบไหนดีกว่า เปียโนให้ภาพของบันไดเสียงและเสียงประสานที่เห็นชัดตา ขณะที่ตารางแป้นเน้นรูปแบบที่ย้ายไปมาได้ง่าย

ผู้ที่เคยลองทั้งสองแบบมักพบว่าความรู้เรื่องคอร์ดและขั้นคู่จากการเรียนเปียโนย้ายไปใช้ได้ทันที แต่มือต้องใช้เวลาปรับตัวกับระยะแป้นและการกดค้างโดยไม่เผลอเลื่อนนิ้ว เพราะการขยับเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ระดับเสียงเปลี่ยนแล้ว นี่เป็นอีกมุมที่แสดงว่าคีย์เปียโนซึ่งแบ่งเสียงเป็นขั้นชัดเจน ช่วยให้ผู้เริ่มต้นจดจ่อกับจังหวะและน้ำหนักเสียงได้ง่ายกว่า

เอาแนวคิดนี้กลับมาซ้อมบนเปียโน

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ผู้เรียนเปียโนจำเป็นต้องมีคอนโทรลเลอร์ MPE ไหม

ตอบ: ไม่จำเป็น เปียโนหรือเปียโนไฟฟ้าทั่วไปเพียงพอสำหรับการเรียน MPE เหมาะกับคนที่สนใจทำเพลงอิเล็กทรอนิกส์หรือออกแบบเสียงเพิ่มเติม

ถาม: MPE ใช้กับเปียโนไฟฟ้าธรรมดาได้ไหม

ตอบ: เปียโนไฟฟ้าส่วนใหญ่ส่งข้อมูลความเร็วตอนกดและแป้นเหยียบ แต่ไม่ได้ส่งข้อมูลแรงกดหรือการเลื่อนนิ้วรายโน้ต จึงใช้ความสามารถของ MPE ได้ไม่ครบ

ถาม: ทักษะเปียโนช่วยให้เล่นคอนโทรลเลอร์แบบตารางง่ายขึ้นไหม

ตอบ: ช่วยในเรื่องความเข้าใจคอร์ด จังหวะ และการฟัง แต่ต้องปรับตัวกับการวางนิ้วแบบใหม่และการควบคุมแรงกดระหว่างค้างโน้ต

ถาม: ทำไมเปียโนจึงไม่ทำให้เสียงดังขึ้นหลังกดได้

ตอบ: เพราะเสียงเกิดจากค้อนตีสายแล้วเด้งกลับ เมื่อหลุดจากสายแล้ว พลังงานในสายจะค่อย ๆ ลดลง ผู้เล่นจึงควบคุมได้แค่การหยุดเสียงและการใช้แป้นเหยียบ

เริ่มฝึกควบคุมเสียงทุกโน้ตกับ TIGA ALPHA

TIGA ALPHA คือแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์จากทีมคนไทย ใช้การสอนเปียโนด้วย AI ฟังสิ่งที่ผู้เรียนเล่นเปียโนแล้วชี้จุดที่โน้ตหรือจังหวะคลาด สอนได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง โดยมีครูอั้ม ผู้สอนเปียโนมา 20 ปี เป็น CEO และวางแนวทางบทเรียน ใครที่มองหาแอปสอนเปียโนซึ่งช่วยฟังว่าน้ำหนักเสียงแต่ละโน้ตสม่ำเสมอไหม หรือแอปสอนเปียโนออนไลน์ที่ใช้กับเปียโนไฟฟ้าที่บ้านได้ ลองแอปสอนเปียโน AI ได้ที่ TIGA ALPHA ทุกคนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท

ถ้าอยากเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ควบคู่กับการเรียนเปียโนกับครูแบบตัวต่อตัว ดูคอร์สเปียโนและคอร์สเรียนเปียโนได้ที่ TIGA Studio ซึ่งสอนดนตรีให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากเรียนดนตรีและเล่นดนตรีอย่างสนุก ส่วนเรื่องราวของบริษัทนวัตกรรมการศึกษาด้วย AI ที่อยู่เบื้องหลังแอป ติดตามได้ที่ www.tigaalpha.com

เริ่มเรียนฟรีที่ TIGA ALPHA