TIGA ALPHAบล็อก

← ทุกบทความ

ซินธิไซเซอร์มูก: จากตู้สายไฟสู่คีย์บอร์ดที่เปลี่ยนเสียงเพลง

เรื่องราว ·

ซินธิไซเซอร์มูก: จากตู้สายไฟสู่คีย์บอร์ดที่เปลี่ยนเสียงเพลง

ซินธิไซเซอร์มูก (Moog synthesizer) คือเครื่องสร้างเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่โรเบิร์ต มูก (Robert Moog) และทีมพัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงกลางทศวรรษ 1960 จุดเด่นคือใช้แรงดันไฟฟ้าควบคุมระดับเสียง ความสว่างของเสียง และความดัง ทำให้ผู้เล่นใช้คีย์บอร์ดหน้าตาคล้ายเปียโนบังคับเสียงสังเคราะห์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เครื่องรุ่นแรกเป็นตู้โมดูลาร์ที่ต่อสายไขว้กันเต็มหน้าเครื่อง ต่อมาจึงย่อเหลือเครื่องพกพาที่นักดนตรีขนขึ้นเวทีได้

สำหรับคนที่เรียนเปียโน เรื่องของมูกน่าสนใจเพราะช่วยให้เข้าใจว่าเสียงหนึ่งเสียงประกอบด้วยอะไรบ้าง และทำไมการกดคีย์ด้วยความแรงต่างกันจึงให้ผลต่างกัน

ชายผู้ประกอบเครื่องเทอร์มินตั้งแต่วัยเรียน

ก่อนจะสร้างซินธิไซเซอร์ โรเบิร์ต มูก สนใจเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อเทอร์มิน (theremin) ซึ่งเล่นโดยขยับมือในอากาศใกล้เสาอากาศสองต้น มูกประกอบและขายชุดเทอร์มินตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา ประสบการณ์นี้ทำให้คุ้นเคยกับวงจรที่สร้างเสียงจากไฟฟ้า

ในปี 1964 มูกได้ร่วมงานกับนักประพันธ์เพลงเฮอร์เบิร์ต ดอยช์ (Herbert Deutsch) ซึ่งอยากได้เครื่องมือสร้างเสียงแบบใหม่ ผลที่ได้คือต้นแบบโมดูลที่นำไปแสดงในงานประชุมของสมาคมวิศวกรรมเสียงในปีเดียวกัน จากนั้นนักดนตรีและสตูดิโอหลายแห่งก็เริ่มสั่งซื้อ

แนวคิดแรงดันไฟฟ้าควบคุมทุกอย่าง

หัวใจของเครื่องมูกคือแนวคิดที่เรียกว่า voltage control หมายความว่าแต่ละโมดูลรับสัญญาณไฟฟ้าเข้ามาแล้วเปลี่ยนพฤติกรรมตามระดับแรงดัน

วิธีสร้างเสียงแบบนี้เรียกว่าการสังเคราะห์แบบลบ (subtractive synthesis) คือเริ่มจากเสียงที่มีความถี่ครบเต็มที่ แล้วค่อยตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก คล้ายกับช่างแกะสลักที่เริ่มจากก้อนหินแล้วเอาส่วนเกินออก

จากตู้ในสตูดิโอสู่เครื่องบนเวที

เครื่องโมดูลาร์รุ่นแรกมีขนาดใหญ่ ต้องต่อสายแพตช์ทุกครั้งที่เปลี่ยนเสียง เหมาะกับงานในสตูดิโอมากกว่าการแสดงสด ในปี 1968 อัลบั้ม Switched-On Bach ของเวนดี คาร์ลอส (Wendy Carlos) นำผลงานของบาคมาเรียบเรียงด้วยซินธิไซเซอร์มูก และได้รับความสนใจกว้างขวาง ทำให้คนจำนวนมากได้รู้จักเสียงสังเคราะห์ผ่านบทเพลงคลาสสิก

ต่อมาในปี 1970 รุ่นมินิมูก (Minimoog) ได้รวมโมดูลหลักไว้ในกล่องเดียวพร้อมคีย์บอร์ด ไม่ต้องต่อสายเอง นักดนตรีวงร็อกและแจ๊สจึงนำขึ้นเวทีได้สะดวก เสียงเบสและเสียงลีดของเครื่องรุ่นนี้ได้ยินในเพลงจำนวนมากตลอดทศวรรษนั้น

ภาพสีน้ำเปียโนหลังใหญ่สีน้ำเงินมีหยดสีกระเซ็นบนพื้นขาว

เปียโนกับซินธิไซเซอร์ต่างกันตรงไหน

ที่มาของเสียง

เปียโนสร้างเสียงจากค้อนที่ตีสายโลหะ ส่วนซินธิไซเซอร์สร้างเสียงจากวงจรไฟฟ้า

ความแรงของนิ้ว

บนเปียโน ความแรงที่กดคีย์เปลี่ยนทั้งความดังและสีสันของเสียงทันที ซินธิไซเซอร์ยุคแรกหลายรุ่นไม่ตอบสนองต่อความแรงของนิ้ว ผู้เล่นต้องปรับปุ่มเพื่อเปลี่ยนเสียงแทน

การเล่นหลายเสียงพร้อมกัน

มินิมูกเล่นได้ทีละหนึ่งเสียง จึงเล่นทำนองหรือเบสได้ แต่เล่นคอร์ดแบบเปียโนไม่ได้

สิ่งที่เหมือนกัน

ทั้งสองแบบใช้แป้นคีย์บอร์ดที่เรียงโน้ตเหมือนกัน คนที่เล่นเปียโนเป็นจึงเริ่มต้นกับซินธิไซเซอร์ได้ไม่ยาก

บทเรียนสำหรับคนเรียนเปียโนวันนี้

ลองฟังโน้ตตัวเดียวบนเปียโนอย่างตั้งใจ จะได้ยินว่าเสียงเริ่มด้วยการกระแทกสั้น ๆ แล้วค่อย ๆ จางลง นี่คือเอนเวโลปตามธรรมชาติของเปียโน เมื่อเข้าใจแบบนี้ เราจะเห็นว่าการเล่นเพลงช้าบนเปียโนต้องวางแผนว่าโน้ตยาวจะเบาลงเท่าไร และโน้ตถัดไปควรดังแค่ไหนเพื่อให้ประโยคเพลงต่อเนื่อง

การทดลองเล็ก ๆ ที่ทำได้คือ กดโน้ตเดียวกันด้วยน้ำหนักเบา กลาง และหนัก แล้วฟังว่าเสียงสว่างขึ้นอย่างไร เปียโนก็มีฟิลเตอร์ธรรมชาติในตัว เพียงแต่ควบคุมด้วยปลายนิ้วแทนปุ่มหมุน ครูสอนดนตรีหลายคนใช้การทดลองแบบนี้ชวนนักเรียนฟังเสียงให้ละเอียดขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ซินธิไซเซอร์มูกเป็นเครื่องสังเคราะห์เสียงเครื่องแรกของโลกไหม

ตอบ: ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้นมีเครื่องสร้างเสียงอิเล็กทรอนิกส์หลายแบบ เครื่องของมูกเป็นที่รู้จักเพราะออกแบบให้นักดนตรีใช้งานได้จริงและแพร่หลายในวงการเพลง

ถาม: คนเรียนเปียโนควรลองเล่นซินธิไซเซอร์ไหม

ตอบ: ลองได้ถ้าสนใจ จะช่วยให้เข้าใจส่วนประกอบของเสียงมากขึ้น แต่พื้นฐานการควบคุมนิ้วบนเปียโนยังเป็นเรื่องที่ต้องฝึกแยกต่างหาก

ถาม: การสังเคราะห์แบบลบคืออะไรแบบสั้น ๆ

ตอบ: คือการเริ่มจากเสียงที่มีความถี่ครบ แล้วใช้ฟิลเตอร์ตัดบางส่วนออก จนได้สีเสียงที่ต้องการ

ถาม: เปียโนไฟฟ้าทั่วไปเกี่ยวข้องกับเครื่องของมูกไหม

ตอบ: เกี่ยวในแง่ที่ทั้งคู่เป็นเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้คีย์บอร์ด แต่เปียโนไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันเน้นจำลองเสียงเปียโนจริง ไม่ได้ให้ผู้เล่นปรับวงจรเสียงอย่างอิสระ

เริ่มฟังเสียงเปียโนให้ลึกกว่าเดิม

TIGA ALPHA คือแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์ที่ทีมคนไทยพัฒนาขึ้น ใช้ระบบสอนเปียโนด้วย AI ฟังสิ่งที่ผู้เรียนเล่นแล้วบอกจุดที่โน้ตหรือจังหวะคลาดภายในรอบเดียว สอนได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง โดยมีครูอั้ม ผู้สอนเปียโนมา 20 ปี เป็น CEO และวางแนวทางบทเรียน ใครกำลังมองหาแอปสอนเปียโนที่เปิดใช้ได้ทุกวัน หรือแอปสอนเปียโนออนไลน์ที่เข้ากับคนมีเวลาน้อย ลองแอปสอนเปียโน AI ได้ที่ TIGA ALPHA ทุกคนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท

อยากเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ควบคู่กับการเรียนเปียโนแบบสด ดูคอร์สเปียโนและคอร์สเรียนเปียโนของโรงเรียนได้ที่ TIGA Studio ซึ่งสอนดนตรีให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากเรียนดนตรีและเล่นดนตรีอย่างมีความสุข และติดตามเรื่องเทคโนโลยีกับการเล่นเปียโนของบริษัทได้ที่ www.tigaalpha.com

เริ่มเรียนฟรีที่ TIGA ALPHA