TIGA ALPHAบล็อก

← ทุกบทความ

โวโคเดอร์: จากแล็บโทรศัพท์สู่เสียงร้องที่เล่นด้วยคีย์บอร์ด

เรื่องราว ·

โวโคเดอร์: จากแล็บโทรศัพท์สู่เสียงร้องที่เล่นด้วยคีย์บอร์ด

โวโคเดอร์ (vocoder) คืออุปกรณ์ที่แยกเสียงพูดออกเป็นหลายย่านความถี่ วัดว่าแต่ละย่านดังเบาอย่างไร แล้วนำรูปแบบนั้นไปควบคุมเสียงอีกเสียงหนึ่ง เช่น คอร์ดที่เล่นจากคีย์บอร์ด ผลลัพธ์คือเสียงที่ "พูดได้" แต่มีระดับเสียงและเสียงประสานตามที่มือกด เครื่องนี้เริ่มจากงานวิศวกรรมโทรศัพท์ของโฮเมอร์ ดัดลีย์ (Homer Dudley) ที่ Bell Telephone Laboratories ในทศวรรษ 1930 ก่อนจะกลายเป็นเสียงเอกลักษณ์ของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้เรียนเปียโน โวโคเดอร์เป็นตัวอย่างชัดเจนว่ามือที่เล่นคอร์ดกับเสียงที่ให้ความหมายแยกหน้าที่กันอย่างไร

โจทย์แรกคือส่งเสียงพูดให้ประหยัดสาย

ดัดลีย์ศึกษาว่าเสียงพูดของมนุษย์ประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง และพบว่าหากส่งเฉพาะข้อมูลที่บอกว่าแต่ละย่านความถี่ดังเบาเปลี่ยนไปอย่างไร ปลายทางก็สร้างเสียงพูดที่ยังฟังเข้าใจได้ขึ้นมาใหม่ แนวคิดนี้มุ่งลดปริมาณข้อมูลที่ต้องส่งผ่านสายโทรศัพท์

ในงานเวิลด์แฟร์ที่นิวยอร์กปี 1939 ทีมของเบลล์แล็บสาธิตเครื่องชื่อ Voder ซึ่งผู้ควบคุมใช้แป้นกดและแป้นเหยียบสร้างเสียงพูดสังเคราะห์ต่อหน้าผู้ชม ภาพนั้นใกล้เคียงกับคนเล่นเครื่องดนตรีมาก แม้จุดประสงค์จะเป็นการสื่อสาร

ภาพเปียโนหลังใหญ่สีเขียวอมฟ้าเรืองแสงบนพื้นสีเทาเข้ม

จากห้องแล็บสู่เวทีดนตรี

หลายสิบปีต่อมา นักดนตรีและผู้สร้างเครื่องสังเคราะห์เสียงนำหลักการเดียวกันมาใช้กับเพลง วงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากเยอรมนีอย่าง Kraftwerk ใช้เสียงโวโคเดอร์ในผลงานช่วงทศวรรษ 1970 จนผู้ฟังจำนวนมากจดจำเสียงร้องแบบหุ่นยนต์ได้ทันที นักดนตรีแจ๊สและฟังก์บางคนก็ใช้โวโคเดอร์ร้องพร้อมเล่นคีย์บอร์ดบนเวที

เสียงสองฝั่งที่ทำงานร่วมกัน

ฝั่งหนึ่งเรียกว่าสัญญาณควบคุม มักเป็นเสียงพูดหรือร้อง อีกฝั่งเรียกว่าสัญญาณพาหะ มักเป็นเสียงจากเครื่องสังเคราะห์ที่อุดมด้วยฮาร์มอนิก ถ้าไม่มีคนกดคีย์บอร์ด ต่อให้พูดใส่ไมโครโฟน ก็จะแทบไม่ได้ยินอะไรออกมา

{{IMG:piano-b-3.webp}}

สิ่งที่โวโคเดอร์สอนคนเล่นคีย์บอร์ด

แบบฝึกร้องพร้อมค้างคอร์ดบนเปียโน

แม้ไม่มีโวโคเดอร์ ก็ใช้หลักการของมันฝึกการประสานมือกับเสียงได้

การฝึกแบบนี้ช่วยทั้งคนที่อยากเล่นเปียโนประกอบการร้อง และคนที่สนใจดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

จากโวโคเดอร์ถึงเทคโนโลยีเสียงยุคปัจจุบัน

แนวคิดแยกเสียงเป็นย่านความถี่แล้ววิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง ยังเป็นพื้นฐานของงานประมวลผลเสียงจำนวนมากในปัจจุบัน ตั้งแต่การบีบอัดเสียงพูด ไปจนถึงระบบที่ฟังเสียงดนตรีแล้วบอกว่าโน้ตอะไรดังอยู่ เทคโนโลยีที่ช่วยผู้เรียนเปียโนฟังตัวเองจึงมีรากร่วมกับงานวิศวกรรมเสียงพูดเมื่อเกือบร้อยปีก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: โวโคเดอร์กับโปรแกรมปรับเสียงร้องให้ตรงโน้ตเหมือนกันไหม

ตอบ: ไม่เหมือนกัน โวโคเดอร์ใช้เสียงพูดควบคุมเสียงอีกตัว ส่วนเครื่องมือปรับระดับเสียงจะแก้ระดับเสียงของเสียงร้องเดิมให้ใกล้โน้ตเป้าหมาย

ถาม: ต้องเล่นคีย์บอร์ดเก่งแค่ไหนจึงจะใช้โวโคเดอร์ได้

ตอบ: ขอแค่เล่นคอร์ดพื้นฐานและเปลี่ยนคอร์ดตรงจังหวะได้ ก็เริ่มทดลองได้แล้ว ส่วนการวางเสียงคอร์ดให้คำชัดจะดีขึ้นตามประสบการณ์

ถาม: เด็กเล่นโวโคเดอร์ได้ไหม

ตอบ: แอปและคีย์บอร์ดบางรุ่นมีเอฟเฟกต์คล้ายโวโคเดอร์ให้ทดลอง ใช้เป็นกิจกรรมสนุกเรื่องเสียงได้ โดยผู้ปกครองช่วยดูระดับความดังของหูฟัง

ถาม: ทำไมเสียงโวโคเดอร์ฟังเหมือนหุ่นยนต์

ตอบ: เพราะระดับเสียงมาจากคีย์บอร์ดที่นิ่งเป็นขั้น ไม่ได้ขึ้นลงตามธรรมชาติแบบเสียงพูด และเสียงพาหะเป็นเสียงสังเคราะห์ ไม่ใช่เสียงจากลำคอ

เริ่มฝึกประสานมือกับเสียงร้องวันนี้

TIGA ALPHA คือแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์จากทีมคนไทย ใช้การสอนเปียโนด้วย AI ฟังสิ่งที่ผู้เรียนเล่นเปียโนแล้วชี้จุดที่โน้ตหรือจังหวะคลาด สอนได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง โดยมีครูอั้ม ผู้สอนเปียโนมา 20 ปี เป็น CEO และวางแนวทางบทเรียน ใครที่มองหาแอปสอนเปียโนซึ่งช่วยฝึกเล่นคอร์ดให้ตรงจังหวะ หรือแอปสอนเปียโนออนไลน์ที่ใช้ซ้อมเล่นประกอบการร้อง ลองแอปสอนเปียโน AI ได้ที่ TIGA ALPHA ทุกคนใช้แพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท

ถ้าอยากเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ควบคู่กับการเรียนเปียโนกับครูแบบตัวต่อตัว ดูคอร์สเปียโนและคอร์สเรียนเปียโนได้ที่ TIGA Studio ซึ่งสอนดนตรีให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากเรียนดนตรีและเล่นดนตรีอย่างสนุก ส่วนเรื่องราวของบริษัทนวัตกรรมการศึกษาด้วย AI ที่อยู่เบื้องหลังแอป ติดตามได้ที่ www.tigaalpha.com

เริ่มเรียนฟรีที่ TIGA ALPHA